News Ticker

จะสมัครบัตรเครดิต ไว้เป็นแหล่งเงินฉุกเฉินจะดีหรือไม่

กูรูทางการเงินมักจะแนะนำให้เราออมเงินเผื่อฉุกเฉินเอาไว้อย่างน้อย 3 หรือ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ผู้คนจำนวนมากกลับมองว่าการมีบัตรเครดิตอยู่ในมือนั้นถือเป็นแหล่งเงินสำรองฉุกเฉินได้ โดยบางคนเลือกที่จะทำแบบนั้น ขณะที่หลายคนไม่มีทางเลือกที่จะต้องหันไปหาบัตรเครดิต เนื่องจากไม่มีเงินเก็บเพียงพอเวลามีเหตฉุกเฉินเข้ามา

แนวความคิดนี้ถือเป็นสิ่งน่ากลัวสำหรับผมมาก แม้ว่าบัตรเครดิตอาจจะใช้ได้ผลสำหรับบางคน แต่ผมเองเชื่อว่าการมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินนั้นถือเป็นแนวทางที่ดีกว่าสำหรับคนทั่วๆไป การมีเงินเก็บฉุกเฉินไม่ว่าจำนวนจะมากน้อยแค่ไหนก็ตามก็ถือว่ายังดีกว่าไม่มีเลย

จะมีครอบครัวจำนวนประมาณ 40% เท่านั้นที่จะมีเงินเก็บเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายประมาณ 3 เดือน สำหรับสัดส่วนของครอบครัวที่มีเงินสำรองเพียงพอถืง 6 เดือนนั้นจะยิ่งน้อยลงไปอีก

จากผลการสำรวจของคนอเมริกันพบว่า แหล่งเงินสำหรับกรณีฉุกเฉินนอกจากจะเป็นเงินเก็บของตัวเองแล้ว เกือบ 50% จะพุ่งเป้าไปที่การนำบัตรเครดิตมาใช้ในการบรรเทาภาวะทางด้านการเงินในกรณีฉุกเฉิน

รองลงมาก็จะเป็นการกู้ยืมเงินในระบบ ตามมาด้วยการขายทรัพย์สินของตัวเองบางส่วน และมีไม่ถึง 10% ที่คิดว่าจะยืมเงินนอกระบบหรือเข้าโรงจำนำ

สำหรับคนไทยเองแน่นอนว่าระดับรากหญ้าอาจจะไม่มีได้มีบัตรเครดิตเป็นของตัวเอง เวลาฉุกเฉินจึงอาจจะหวังพึ่งแหล่งเงินกู้นอกระบบหรือการหยิบยืมญาติเพื่อนฝูง แต่สำหรับคนวัยทำงานแล้ว แทบทุกคนจะมีบัตรเครดิต เราเลยต้องมาดูว่าสำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว การใช้บัตรเครดิตเป็นแหล่งเงินกู้ฉุกเฉินนั้นสมควรหรือไม่

สถานการณ์ทางการเงินของคุณเป็นอย่างไร

ยอดเงินฉุกเฉินของแต่ละคนนั้นย่อมจะต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง แต่พูดง่ายๆว่าแต่ละคนย่อมมีค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่เท่ากัน ดังนั้นเงินเก็บเผื่อฉุกเฉินของแต่ละคนก็ย่อมต่างกันไปด้วย

สิ่งที่คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงในการคิดคำนวนวงเงินฉุกเฉินของคุณก็คือความมั่นคงในอาชีพการงานของคุณ รายได้เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย คุณมีบ้าน มีรถ สุขภาพของคุณ และปัจจัยอื่นๆ

เอาเป็นว่า ยิ่งชีวิตของคุณตั้งอยู่บนความเสี่ยงมากเท่าใด คุณก็ต้องเก็บออมเผื่อฉุกเฉินมากขึ้น ดังนั้นหากชีวิตของคุณยังไม่มั่นคง ยังมีความเสี่ยงในด้านต่างๆอยู่เยอะ การใช้บัตรเครดิตสำหรับการใช้จ่ายฉุกเฉินถือว่าไม่ใช่สิ่งที่ดี เนื่องจากมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่คุณจะรูดบัตรเครดิตจนยอดเงินสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่คุณไม่สามารถชำระหนี้คืนได้เมื่อเจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน

แต่ในขณะที่ผมรู้ว่าบางคนไม่ได้มีการเก็บเงินออมฉุกเฉินไว้ เนื่องจากเขาได้กันเงินส่วนหนึ่งไว้แล้วในแต่ละเดือน และฝากเงินไว้ในบัญชีแยกต่างหาก และมองว่าเงินก้อนนั้นจะกลายเป็นเงินออมฉุกเฉินกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเข้ามา

คุณเองเท่านั้นที่จะทราบว่าสถานการณ์ความเสี่ยงของคุณดีหรือร้าย แต่คุณจะต้องตระหนักว่าสิ่งที่ใช้ได้สำหรับบางคนอาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคุณ

คุณกังวลกับความเสี่ยงในการใช้บัตรเครดิตเป็นวงเงินฉุกเฉินหรือไม่

การคิดจะพึ่งพาบัตรเครดิตให้เป็นแหล่งเงินฉุกเฉินของคุณนั้น คุณกำลังก้าวเข้าไปสู่ความเสี่ยงที่นับว่าสูงเอาการ

คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมา ยอดค่าใช้จ่ายจะสูงแค่ไหน แล้ววงเงินในบัตรของคุณจะเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายนั้นหรือไม่

นอกจากนี้แล้วอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตที่ 20% ต่อปีนั้นยังเป็นยอดเงินที่คุณต้องจ่ายเพิ่มเติมเข้าไปอีกถ้าคุณต้องผ่อนจ่ายยาวๆ ซึ่งคุณจะพบว่าคุณจะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มอีกจำนวนมาก

ซึ่งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา นอกจากความกังวลในเรื่องฉุกเฉินนั้นแล้ว คุณยังต้องกังวลกับภาระดอกเบี้ยที่จะตามมาด้วย

เมื่อไหร่ที่การใช้บัตรเครดิตเป็นแหล่งเงินฉุกเฉินถึงจะเหมาะสมที่สุด

จริงแล้วๆเทคนิคของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน บางเทคนิคอาจจะใช้ได้กับบางคนแต่อาจจะใช้ไม่ได้กับอีกคน แนวทางนี้จึงมองอย่างกว้างๆแบบภาพรวมเท่านั้น ใช่ว่าจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้เสมอไป

ในบางสถานการณ์การใช้บัตรเครดิดเป็นวงเงินฉุกเฉินอาจจะไม่ใช่ความคิดที่เลวร้ายเสมอไป ถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณมีเงินสดเพียงพอที่จะชำระหนี้บัตรเครดิตคืนทั้งหมดได้ภายใน 1 เดือนแล้วละก็ การใช้บัตรเครดิตอาจจะเป็นความคิดที่ดี แต่คุณเองต้องระวังก่อนที่จะสร้างหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นมา

ใจกลางของปัญหาในเรื่องของการออมเงินเผื่อฉุกเฉินก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณตกงาน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงต้องสร้างเงินออมเผื่อฉุกเฉินขึ้นมาเพื่อที่ว่าชีวิตจะยังคงดำเนินอยู่ได้ตามปกติหากต้องตกงาน

จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณพึ่งพิงบัตรเครดิตแล้วอยู่ๆต้องมาตกงาน ผลที่ตามมาก็คือคุณจะมีภาระหนี้บัตรเครดิตจำนวนมาก แถมยังจัดการอะไรไม่ได้เพราะไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ แทบไม่อยากจะคิดเลย

มีวงเงินฉุกเฉินของจริงดีกว่า

การไม่เก็บเงินเลยแล้วหวังพึ่งวงเงินฉุกเฉินด้วยบัตรเดรดิตอาจจะดูเป็นข้ออ้างของหลายๆคนที่ไม่อยากจะออมเงิน แต่ถ้าจะให้ดีควรเริ่มออมเงินเสียตั้งแต่วันนี้เพื่อไว้เป็นวงเงินฉุกเฉิน ด้วยเหตุผลอีกหลายๆประการคือ

เงินสำรองฉุกเฉินจะช่วยคุณได้หากคุณตกงาน ไม่ว่าคุณจะคิดว่างานของคุณมั่นคงแค่ไหนก็ตาม แต่ก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ และมักจะเกิดเอาตอนที่คุณกำลังต้องการใช้เงินพอดีซะด้วย

ถ้าคุณไม่ได้ซื้อประกันสุขภาพหรือมีแต่แค่วงเงินเล็กๆน้อยๆ การมีแหล่งเงินสำรองฉุกเฉินเอาไว้จะเป็นสิ่งที่ดี เวลาเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้เงินจำนวนมากรักษาตัว จะได้ไม่ต้องวิ่งหยิบยืมชาวบ้าน หรือต้องเอาทรัพย์สินจำนอง ขายฝาก ซึ่งจะถูกกดราคาลงมามาก

ถ้าคุณมีรถ คุณควรต้องออมเงินเผื่อฉุกเฉินเอาไว้ เพราะคุณไม่รู้ว่าจะต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง หรือจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อใด บางคนคิดว่าเดวประกันจ่ายให้ แต่ถ้าเกิดเหตุหนักๆบางทีประกันจ่ายคืนทุน รถก็ยังผ่อนไม่หมด เงินที่ได้มาก็โปะไฟแนนซ์หมด ถ้าจะดาวน์รถใหม่จะเอาเงินที่ไหน

ถ้าคุณมีบ้าน คุณต้องมีเงินออม เพราะไม่รู้ว่าท่อจะรั่ว ไฟจะดับ ฝ้าจะพัง เตียงจะหัก เอาวันไหน ยิ่งสภาพอากาศแบบบ้านเรา หากเกิดพายุทำบ้านพังขึ้นมา กว่าจะรอความช่วยเหลือจากทางการที่น้อยนิดก็คงหาที่นอนกันลำบากแน่นอน

การมีเงินเก็บฉุกเฉินช่วยคุณได้ในอีกหลายๆกรณี เช่นการต้องไปเยี่ยมญาติที่ป่วยหนักและอยู่ไกล ที่คุณอาจจะต้องลางานโดยไม่รับค่าจ้างเป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการมีเงินออมเผื่อฉุกเฉินเอาไว้นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยลดความเครียดของคุณ แทนที่คุณจะต้องเผชิญเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าแล้วต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายซ้ำเข้าไปอีก การมีแหล่งเงินสำรองฉุกเฉินในมือจะช่วยลดความเครียดได้ไปมาก

บทสรุป

สำหรับบางคนอาจจะหาทางเก็บเงินไม่ได้ซักทีเลยหวังพึ่งบัตรเครดิตเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สิ่งที่ตามมาคือภาระหนี้แล้วจะต้องเครียดกับหนี้ก้อนนั้นไปอีกหลายเดือน ถ้าเราเริ่มเก็บเงินเสียตั้งแต่ตอนนี้ ให้ได้วงเงินฉุกเฉินซัก 5,000 หรือ 10,000 บาท ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

แม้เงินจำนวนนี้อาจจะไม่ครอบคลุมภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยมันก็พอช่วยอะไรได้บ้าง ดีกว่าที่พอเกิดเหตแล้วต้องเครียดกับการหาแหล่งยืมเงิน หรือต้องคิดว่าจะหาทางจ่ายคืนอย่างไร

ถ้าคุณเริ่มเก็บเงินได้พอสมควรก็อาจนำไปฝากในโครงการออมที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอีกก็ได้ เริ่มออมเงินเสียตั้งแต่วันนี้ดีกว่า เผื่อเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ การหวังพึ่งบัตรเครดิตไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย

Leave a comment