News Ticker

ธอส.หนุนเด็กจบใหม่ออมตังค์สะสมต่อเนื่อง5ปียื่นกู้ซื้อบ้าน

ธอส.หนุนเด็กจบใหม่ออมตังค์สะสมต่อเนื่อง5ปียื่นกู้ซื้อบ้าน

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ได้เปิดเผยภายหลังการสัมมนา เรื่อง “ระบบการออมเพื่อที่อยู่อาศัยของเยอรมนี : แนวทางการส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในประเทศไทย” ซึ่งได้มีการจัดร่วมกันกับ สมาคมสถาบันการออมเพื่อสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยแห่งประเทศเยอรมนี

ทั้งนี้นายฉัตรชัยกล่าวว่า จะมีการนำหลักการออมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยมาประยุกต์ กับเรื่องโรงเรียนการออมของ ธอส. ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่จบใหม่ และเริ่มมีงานทำเพื่อให้เข้าสู่ระบบการออมอย่างสม่ำเสมอก่อนเป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากนั้นธนาคารหรืออาจจะเป็นหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งสนใจ ลงเงินประเดิมมาปล่อยกู้ให้กับลูกค้าในกลุ่มนี้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน

ดังนั้นทาง ธอส. จึงเตรียมที่จะเจรจากับสำนักงานประกันสังคม เพื่อนำเงินจากกองทุนประกันสังคมมารวมกับ ธอส. ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แล้วนำมาทดลองนำร่องกับสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน โดยเน้นนำร่องกับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่มีงานทำ และต้องการมีบ้าน เพื่อคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างขึ้นมา

ghb-60years

จากนั้น ธอส. จะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติสมาชิก โดยต้องเป็นคนมีอาชีพ และรายได้ใกล้เคียงกัน เพื่อสะสมเงินเข้าในกลุ่มประมาณ 8,000 – 10,000 บาทต่อเดือน โดยหากใครสะสมเงินเข้ากลุ่มจำนวนมาก ก็ย่อมมีสิทธิกู้เงินก่อน ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน 1-2 % ต่อปี

ซึ่งในส่วนของเงินประเดิมปล่อยกู้นั้น หากต้องการให้เกิดความรวดเร็ว ทางธนาคารสามารถตั้งวงเงินปล่อยกู้ได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท และสามารถขอเงินสมทบจากหน่วยงานอื่นที่สนใจในโครงการนี้ได้เช่นกัน

“ตัวอย่างของโมเดลนี้ ที่คิดไว้คือ อาจให้เด็กที่จบใหม่ที่สนใจในโครงการนี้ ตั้งเป้ามีบ้านภายในระยะเวลา 5 ปี โดยการเริ่มออมเงินทุกเดือน เช่น เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี ก็จะสะสมเงินได้ 3 แสนบาท โดยเมื่อบวกเงินดาวน์อีก 1 แสนบาทสำหรับการซื้อบ้าน เด็กคนนี้ก็จะมีทุนเริ่มต้นในการซื้อบ้าน 4 แสนบาท หากว่าบ้านที่ต้องการซื้อมีราคา 1 ล้านบาท ธนาคารก็จะปล่อยกู้ให้ 6 แสน ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน โดยเมื่อเอาดอกเบี้ยเงินกู้มาหักกับดอกเบี้ยฝากที่ได้รับมาก่อนหน้านี้จากการสะสมเงินในช่วง 5 ก่อนหน้า จะทำให้ดอกเบี้ยในช่วงปีแรกถูกมากๆ” นายฉัตรชัยกล่าว

แนวคิดของประเทศเยอรมันนี ในส่งเสริมให้สมาชิกได้สะสมเงินออมก้อนหนึ่ง จากนั้นได้จึงกู้เงินจากสถาบันการเงิน รวมถึงเงินจากการสะสมของสมาชิกในกลุ่ม นับว่าประสบความสำเร็จมากในเยอรมนี จนทำให้มีสัดส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยในเยอรมนีสูงถึง 20% และยังขยายไปยังกลุ่มประเทศอื่นทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป และจีน ดังนั้นกระทรวงการคลัง เห็นว่าควรนำมาปรับใช้กับนโยบายบ้านประชารัฐของไทย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินก่อนกู้ซื้อบ้านอีกด้วย

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Leave a comment