News Ticker

ประสบการณ์กู้เงินซื้อบ้าน 3 ล้าน แต่รับเงินเดือนเป็นเงินสด

สำหรับคนที่ทำงานในบางบริษัทที่ไม่มีสลิปเงินเดือนแล้วละก็ ถือเป็นเรื่องที่เก็บมาเครียดกันเลยทีเดียวเวลาต้องกู้เงินก้อนใหญ่จากธนาคารมาซื้อบ้าน

นั่นเพราะสถาบันการเงินจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับคนที่รับเงินเดือนเป็นเงินสด ไม่มีสลิปเงินเดือน เนื่องจากถือว่าหน้าที่การงานอาจจะไม่มั่นคง เพราะถ้าบริษัทมั่นคงจริงก็คงมีระบบบัญชีที่ดี มีการจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชี พร้อมสลิปเงินเดือนที่ชัดเจน

แต่ก็อย่าลืมที่จะมองว่าบริษัทเหล่านี้อาจจะมั่นคงกำไรสูง แต่พนักงานมีจำนวนไม่มาก เงินเดือนก็ชัดเจนอยู่แล้ว เลยไม่ต้องการจะเสียค่า software ทำระบบบัญชี ต้องจ้างพนักงานเพิ่มอีก 1 คนเพื่อทำบัญชี เจ้าของหรือผู้จัดการเลยอาศัยการจ่ายเงินเดือนเป็นเงินสดแทน

ถึงกระนั้น การรับเงินเดือนเป็นเงินสดก็ใช่ว่าจะกู้เงินจากสถาบันการเงินไม่ได้ เพราะหากเรารับเงินเดือนมาแล้วนำเข้าบัญชี ก็จะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะใช้ยื่นกู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้านได้เช่นกัน

ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยว่าครอบครัวนี้เขาซื้อบ้านราคา 3 ล้าน ด้วยการรับเงินเดือนเป็นเงินสดเป็นอย่างไร เพื่อไว้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ตกอยู่ในภาวะเดียวกันว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง แม้โอกาสจะผ่านน้อยนิด แต่ก็มีโอกาสที่จะกู้ผ่านได้

เห็นบ้านสวยแล้วจองทันที

ย้อนไปเมื่อสักสองเดือนที่แล้ว ตอนเราขับรถผ่านโครงการใกล้ๆกับบ้านที่อยู่ปัจจุบันเห็นว่าแบบบ้านสวยดีเลยขอดูสักหน่อย แต่พอเข้าไปดูแล้วด้วยตัวโครงการ ทำเล แบบบ้าน บริเวณส่วนกลางมีฟิสเนสและสระว่ายน้ำ บรรยากาศรอบๆ นั้นถูกใจมาก แต่ราคารู้สึกค่อนข้างแพงสำหรับเราประมาณ 3 ล้าน นิดๆ

เราเคยคำนวณกันเล่นๆกับแฟน คิดว่าสองคนไม่น่ากู้ผ่าน เพราะแบงค์ไม่น่าจะคิดรายได้ของเราเพราะเรารับเงินเดือนเงินสดอีกทั้งเราไม่เคยเสียภาษีเพราะเราคิดว่ารายได้ไม่ถึง เลยไม่ได้สนใจตรงนี้

ส่วนแฟนทำงานประจำเป็นเซลล์ โดยทำที่ใหม่มาเกือบจะครบปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทำที่อื่นมาหลายปี เงินเดือนประมาณ 25,000 กลางเดือนก็จะมีค่าน้ำมัน 3,000 บ้าง 6,000 บ้าง ซึ่งได้รับเป็นเช็ค และก็จะมีค่าคอมมิชชั่นทุกเดือน หลักพันหลักหมื่นเข้ามาทุกเดือน แต่ในสลิปเงินเดือนของแฟนจะไม่ขึ้นค่าน้ำมันที่เข้ามา กลางเดือน

ในส่วนของภาระหนี้ ก็มีผ่อนรถ 6,500 มีบัตรกดเงินสดยอดประมาณ 40,000 ส่วนเงินเก็บมีประมาณ 80,000

สำหรับเราเอง ทำงานที่นี่มา 6 ปี เงินเดือน 15,000 ที่ทำงานจะให้เป็นเงินสดไม่มีสลิปเงินเดือน โดยเค้าจะเข้าบัญชีให้ทุกต้นเดือน มีประกันสังคมแต่ฐานเงินเดือนประกันสังคมนั้นทางสำนักงานแจ้งไว้แค่ 12,000 ไม่เคยยื่นภาษีเลยเพราะคิดเองว่าฐานไม่ถึง ไม่มีภาระผ่อนอะไร แต่มียอดบัตรกดเงินสดประมาณ 50,000

พอวันที่เข้าไปดูบ้านที่สนใจอีกรอบ ครั้งนี้มีโปรพิเศษเฉพาะสัปดาห์นั้น จองแค่ 5,000 ( ปรกติ 10,000 ) มีจับฉลากแถมเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนลดต่างๆ

น้องเซลล์ก็พาไปดูบ้าน ด้วยทิศทางของลม หน้าบ้านมีแดดเช้า ค่อนข้างโอเคสำหรับเรามากคะ เลยตกลงเอาหลังนั้นเนื่องจากมีเพียง 2 หลังที่เหลือพร้อมโอน สุดท้ายแฟนเลยรูดปรืดจองโดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าจะกู้ผ่านไหม

ปัญหาหนักก็ตามมา

บอกได้เลยว่าตอนที่ออกมาจากโครงการพร้อมใบจอง เราใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึงครึ่งชม เรามองหน้ากันกับแฟนแล้วค่อยๆมานั่งคุยกัน จากความตื่นเต้นที่ได้จองบ้านเริ่มมาแทนที่ด้วยความกังวลเพราะเซลล์แจ้งว่าถ้ากู้ไม่ผ่าน 2 แบงค์ เราถึงจะได้เงินที่จองคืน และเพิ่งจะอ่านเจอว่าคืนแค่ 3,000

อีกทั้งหากกู้ผ่านแต่ไม่เต็มวงเงินที่ได้เค้าก็จะนับว่าผ่านและไม่คืนเงินจอง เอาละสิ…เกิดความเสียดายเงิน แต่ลึกๆในใจเราคิดว่าตัวเรากู้ไม่ผ่านแน่ แต่แฟนถ้ากู้คนเดียวผ่านแต่วงเงินไม่น่าจะได้ถึง 100%

โครงการแนะนำให้เราเตรียมเอกสารยื่นกู้ 3 ธนาคาร คือ ม่วง,เหลือง และส้ม แต่เรามีคนรู้จักอยู่ที่ธนาคารสีน้ำเงินก็ลองยื่นเองไปด้วย ยื่นพร้อมๆกัน

เอกสารหลักๆของแฟนคือ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลังหกเดือน สมุดบัญชี แต่แฟนเอาสลิปตั้งแต่ทำที่นี่ให้ทั้งหมดเพราะต้นปีมีตัวโบนัสด้วย

ส่วนเอกสารของเราก็มี บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีย้อนหลังไป 2 ปี (เสียค่าขอไป 200 ถ้วน) เราก็วงที่เป็นเงินเดือนให้เค้า มีบางเดือนที่นายให้เงินสดเรา เราไม่ได้เอาเข้าแบค์ก็มี ก็เขียนโน๊ตแปะชี้แจง เรายื่นที่โครงการพร้อมกัน ราคาบ้านคือ 3,200,000 มีส่วนลด 300,000 แต่โครงการยื่นราคาให้เต็ม 100%

แบงค์น้ำเงิน เป็นที่แรกที่เรารู้ผลคร่าวๆ วงเงินสองคนน่าจะได้ประมาณ 2,500,000 เราเลยขอผ่าน

แบงค์สีเหลือง พอได้เคสไป เราต้องเป็นฝ่ายโทรหาตลอด คอยถามจะเอาอะไรเพิ่มไหม พี่เค้าก็บอก ฝ่ายทำเรื่องยังเงียบอยู่เลยผ่านมาเกือบอาทิตย์นึง เค้าก็โทรมาแจ้งว่าเค้าไม่คิดรายได้ของเรา คิดให้แต่ของแฟนได้วงเงินแค่ 1,500,000 ก็เลยต้องผ่าน

ส่วนแบงค์สีส้ม พอได้เอกสารก็บอกว่าอาจจะขอเอกสารเพิ่ม แต่ก็เงียบหาย โทรไปอีกที เค้าก็บอกคล้ายๆกับสีเหลือง วงเงินล้านกว่าๆเหมือนกันก็เลยผ่าน

สุดท้ายมาจบที่แบ้งค์ม่วง

พี่แบงค์ม่วงขอให้เราไปปริ้นเอกสารส่งสมทบประกันสังคมเพิ่ม เอาปี 61 กับ 60 ในเอกสารมันก็ขึ้น 12,000 ทุกเดือน เอกสารนี้เราสามารถปริ้นเองได้ โดยเข้าที่ web ของประกันสังคม

ซึ่งการจะได้ข้อมูลตรงนี้เราต้องสมัครใส่ข้อมูลของเราก่อนพอได้มาก็รีบส่งอีเมลให้พี่เค้า ถัดมาวันนึงก็มีคนจากแบงค์โทรเข้ามาออฟฟิสถามข้อมูลเรา ว่าทำงานมากี่ปี เงินเดือนเท่าไหร่ ตำแหน่งอะไร ถามประมาณนี้แล้วก็วางไป

แต่น้องที่ตอบเค้าไม่รู้ว่าเราเงินเดือนเท่าไหร่ เค้าก็บอกว่าน่าจะ 12,000 เราก็คิดในใจว่า สงสัยจะไม่ได้วงเงินที่ต้องการ แต่ในบุคแบงมันก็ขึ้นอยู่ว่ามีเข้ามา 15,000 มา 2 ปี เราค่อนข้างสับสนและก็กลัวว่าเค้าจะให้วงเงินน้อยเหมือนทุกแบงค์

แต่ตอนเย็นพี่เค้าก็โทรมาแจ้งว่า น้องคะ เคสอนุมัติแล้วคะ วงเงินให้เต็ม 100% คือเราตกใจมากไม่คิดว่าบทจะง่ายก็ง่ายมาก ตอนนี้ก็รอไปตรวจบ้าน น่าจะโอนภายในปีนี้คะ เตรียมตัวเป็นหนี้ก้อนใหญ่แต่ก็เป็นที่ๆเราน่าจะมีความสุข เพราะมันจะเป็นสมบัติชิ้นแรกของเราทั้งสองคน อาจจะต้องประหยัดขึ้นแต่ก็จะคิดหารายได้เพิ่มมาปิดเร็วๆ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังจะกู้บ้านนะคะ โดยเฉพาะเคสเงินสด ลองยื่นดูคะอย่าพึ่งไปกลัว เตรียมเอกสารให้พร้อม ปริ้นเอกสารประกันสังคมให้เค้า สมุดบัญชีก็ย้อนหลัง 2-3 ปี

ถ้าเอกสารแน่น พี่สินเชื่อเค้าจะสู้ดันเคสให้คุณแน่นอนคะ ลองยื่นหลายๆธนาคารเพราะกฎการอนุมัติก็แตกต่างกันคะ แต่เราคิดว่าพี่สินเชื่อมีส่วนชงเคสให้ผ่านด้วยคะ

บทสรุป

คนที่กำลังจะกู้เงินซื้อบ้าน แม้จะรับเงินเดือนเป็นเงินสด ไม่มีสลิปเงินเดือนไม่มี ก็อย่าเพิ่งท้อแท้นะครับ เพียงแค่นำเงินสดที่ได้ไปเข้าบัญชีให้สม่ำเสมอทุกเดือน ท่านก็จะมีหลักฐานของรายได้ที่จะนำไปเสนอขอยื่นกู้ธนาคารได้

อย่างรายนี้อาจจะมีปัจจัยเรื่องการกู้ร่วมมาเกี่ยวข้อง เลยทำให้กู้ได้ง่ายขึ้น แต่หากต้องกู้คนเดียวแต่รับเงินเดือนเป็นเงินสดก็ใช่ว่าธนาคารจะไม่รับพิจารณาเสมอไป เตรียมเอกสารให้พร้อมแล้วยื่นกู้หลายๆธนาคาร เพื่อโอกาสในการได้รับการอนุมัติสูงสุดนะครับ

ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูล ที่อนุญาตให้นำมาลงในเว็บไซท์นะครับ

Leave a comment