News Ticker

ประเภทของบัญชีเงินฝาก

ประเภทของบัญชีเงินฝากที่ได้รับความนิยม

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าประเทศไทยมีบัญชีเงินฝากกี่ประเภทกันแน่ และแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร มีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง หลายคนเริ่มต้นด้วยบัญชีเงินฝากที่พ่อแม่ไปเปิดให้ที่ธนาคารออมสิน และเมื่อถึงวัยที่ต้องการฝากเงินเองเราก็ควรจะเรียนรู้ว่ารูปแบบการรับฝากเงินของธนาคารมีประเภทใดบ้าง และข้อกำหนดของบัญชีประเภทต่างๆเป็นอย่างไร เพื่อบริหารเงินฝากของเราให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1.เงินฝากออมทรัพย์ (Saving Account)
เป็นบัญชีเงินฝากสำหรับผู้ฝากรายย่อย ไม่มีกำหนดการฝากเงินขั้นต่ำ และไม่มีข้อจำกัดเรื่องการเบิกถอนแต่อย่างใด ระยะเวลาของการคงอยู่ของบัญชีเงินฝากนั้นก็ไม่มีกำหนด ตราบเท่าที่ยังมีเงินฝากอยู่ในบัญชีจำนวนหนึ่ง (แล้วแต่ว่าแต่ละธนาคารจะกำหนดไว้เท่าใด เช่น 2,000 บาทเป็นต้น) หากมียอดเงินต่ำกว่านี้ ธนาคารจะหักค่ารักษาบัญชีทุกเดือน เดือนละประมาณ 50 บาท (ข้อมูลล่าสุดปี 2558) จนกว่าเงินจะหมาดจากบัญชี แล้วธนาคารก็จะแจ้งปิดบัญชีของเราไป

ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยสำหรับบัญชีประเภทนี้จะมีอัตราต่ำสุด ในช่วงที่เงินเฟ้อต่ำและเศรษฐกิจไม่ดี อัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่ถึงแม้แต่ 1% ต่อปี (มิถุนายน 2558 อยู่ที่ประมาณ 0.5% ต่อปีสำหรับบุคคลธรรมดา) โดยดอกเบี้ยจะมีการคำนวนเป็นรายวันและจะจ่ายให้กับผู้ฝากปีละ 2 ครั้งคือช่วงปลายเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์หากมีการเปิดบัญชีเพื่อใช้งานโดยทั่วไป อาจจะมีการสมัครบัตร ATM เพื่อถอนเงินสดจากตู้ AMT ด้วยก็ได้ แต่จะมีค่าธรรมเนียมในการขอมีบัตร และค่าธรรมเนียมรายปีที่จะเรียกเก็บประมาณ 100 – 200 บาท ต่อปี แล้วแต่ประเภทของบัตร ดังนั้นหากต้องการเปิดบัญชีออมทรัพย์เพื่อการออม ก็ไม่ควรสมัครบัตร ATM และที่สำคัญบางธนาคารมีการเสนอขายบัตรที่ผูกกับประกันอุบัติเหตุที่จะมีค่าธรรมเนียมรายปีสูงกว่าปกติ จึงควรระมัดระวัง

2.เงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account)
เป็นบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ แต่มีเงื่อนไขเรื่องกำหนดระยะเวลาเพิ่มเติมขึ้นมาเช่น ระยะเวลาฝาก 3 6 12 หรือ 24 เดือน การฝากแต่ละครั้งจะมีการกำหนดขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะมีการจ่ายให้เมื่อฝากครบกำหนดเวลาข้างต้น โดยเมื่อครบกำหนดแล้วจะมีการฝากเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยที่ได้รับเป็นรอบใหม่โดยอัตโนมัติ

การถอนเงินก่อนกำหนดจะทำให้ผู้ฝากเสียสิทธิ์เรื่องดอกเบี้ย เช่นผู้ฝากอาจจะไม่ได้รับดอกเบี้ย หรือได้รับน้อยลงกว่าเดิมตามเงื่อนไขของธนาคาร ดังนั้นการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำจึงต้องกะระยะเวลาให้ดีเพื่อประโยชน์ในเรื่องผลตอบแทนที่สูงที่สุด

หากเราต้องการถอนเงินฝากประจำ เราสามารถถอนในแต่ละยอดที่ฝากได้แล้วรวมเงินเพื่อให้ได้จำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เหลือก็สามารถฝากกลับเข้าไปใหม่ได้ซึ่งก็จะมีการเริ่มนับเวลาใหม่

อัตราดอกเบี้ยในรอบการฝากใหม่ๆ จะขึ้นอยู่กับอัตรดอกเบี้ยที่ประกาศในขณะนั้น ดังนั้นบางธนาคารอาจจะมีโปรโมชั่นจูงใจเช่นเงินฝาก 5 เดือนที่อัตราสูง แต่เมื่อครบกำหนดแล้วจะมีการเปลี่ยนเป็นเงินฝากประจำ 3 เดือนอัตโนมัติเป็นต้น

บัญชีเงินฝากประจำจะมีการหักภาษีเงินฝากโดยอัตโนมัติที่ 15 % ต่อปี ซึ่งจะมีรายการปรากฏในการเดินบัญชีเงินฝากของผู้ฝากเลย หากเราต้องการยื่นสำแดงภาษีเพื่อขอเงินภาษีคืนเนื่องจากเสียน้อยกว่าอัตรา 15% ก็สามารถกระทำได้โดยการขอเอกสารรับรองจากธนาคาร ซึ่งจะยุงยากบ้างเล็กน้อย แต่หากเราไม่ยื่นก็ไม่ผิดอะไร

3.เงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)
เป็นบัญชีเงินฝากที่มีความคล่องตัว เหมาะสำหรับการทำธุรกิจ เนื่องจากสามารถสั่งจ่ายเช็คให้กับบุคคลอื่นเพื่อไปขึ้นเงินกับธนาคารได้ การเปิดบัญชีประเภทนี้ธนาคารจะกำหนดเงินฝากขั้นต่ำเช่น 10,000 บาท และผู้ฝากต้องจ่ายค่าสมุดเช็คเอง จึงไม่เหมาะหากเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปที่บริหารเงินสดเป็นหลัก

Leave a comment