News Ticker

ผ่อนบ้านไม่ไหว ค้างอยู่หลายเดือน จะทำอย่างไรดี

ผ่อนบ้านไม่ไหว ค้างอยู่หลายเดือน จะทำอย่างไรดี

หากคุณกำลังมีปัญหาในการผ่อนบ้าน ค้างค่าผ่อนบ้านอยู่สองสามเดือนหรือมากกว่านั้นและคาดว่าการจะจ่ายให้ทันตามกำหนดเป็นเรื่องยากและกำลังห่วงว่าบ้านกำลังจะโดนยึด ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ก็คือจะปล่อยมันไป จะไม่ผ่อนอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แล้วค่อยคิดแก้ไขปัญหาเอาดาบหน้า

ก็ขอบอกว่าอย่าคิดแบบนั้นเพราะว่ามันจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายแก้ยากขึ้น จากที่น่าจะหาทางออกได้จะกลายเป็นต้องเสียบ้านแล้วอาจจะถูกฟ้องล้มละลายเอาได้ง่ายๆ แล้วจะมีปัญหาในการขอสินเชื่ออื่นๆในอนาคต

ขั้นแรกติดต่อเจ้าหนี้

สถาบันการเงินหรือธนาคารที่ปล่อยกู้สินเชื่อบ้านให้คุณนั้นพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาให้คุณเสมอ โดยจะพยายามค้นหารายละเอียดทางการเงินของคุณแล้วหาหนทางที่เป็นไปได้สำหรับคุณ

สถาบันการเงินจะพยายามหาวิธีการที่เป็นไปได้ในการที่ทำข้อตกลงกับคุณใหม่ รวมไปถึงอาจจะมีการพิจารณาวิธีในการชำระหนี้หรือวันเวลาที่เหมาะสมในการชำระหนี้ให้กับคุณ

หากคุณจ่ายเงินไม่ทันตามกำหนดแล้วผ่านไปแล้วเกิน 15 วัน ทางผู้ให้กู้ก็จะเริ่มพยายามติดต่อคุณ พร้อมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบสถานะของคุณ เช่น
– รายการค้างชำระหนี้แต่ละรายการทั้งหมด
– ยอดรวมเงินคงค้างทั้งหมด
– ค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถาม รวมถึงค่าปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้
– ภาระหนี้คงเหลือ
– บอกถึงค่าปรับที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหากยังไม่ชำระหนี้ตามกำหนด

อย่าลืมว่าการค้างชำระหนี้แค่เพียงเดือนสองเดือนนั้น ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่เจ้าหนี้จะมาบังคับจำนองคุณได้ เมื่อลูกหนี้เริ่มผิดนัดชำระหนี้ทางผู้ให้กู้จะต้องพยายามติดต่อลูกหนี้เพื่อพูดคุยถึงปัญหาต่างและหาทางประนอมหนี้ เช่นอาจจะมีการงดการชำระดอกเบี้ยโดยให้ชำระแค่เงินต้นอย่างเดียวเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือาจจะมีการลดจำนวนเงินผ่อนด้วยการแก้ไขสัญญาเงินกู้ รวมถึงวิธีการอื่นๆในการช่วยให้คุณผ่านช่วงระยะเวลาลำบากไปได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นหากลูกหนี้หนีหายไปโดยไม่เช้าไปคุยกับเจ้าหนี้เลย เจ้าหนี้ก็ทำได้แค่เพียงการฟ้องร้องบังคับจำนองขายทอดตลาดเท่านั้น ซึ่งอย่าลืมว่าเจ้าหนี้ไม่ได้ต้องการทรัพย์สินคือบ้านไปครอบครองเพราะมันจะมีแต่การเสื่อมสภาพหรือการบุกรุกจากบุคคลอื่น เจ้าหนี้ต้องการให้มีการชำระหนี้ จะมากหรือน้อยก็ต้องมีการไปตกลงพูดคุยกัน ซึ่งหากคุณมีปัญหาแล้วเข้าไปคุยกับเจ้าหนี้คุณจะพบว่ามีหนทางให้เลือกมากมาย

เจ้าหนี้อาจจะตกลงในประเด็นใดได้บ้าง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของคุณในตอนนั้นๆ คุณอาจจะกำลังตกงาน เจ็บป่วยไปทำงานไม่ได้ หรือหย่าร้างบ้านหลังที่กู้ร่วมกัน ทางผู้ให้กู้ก็จะวิเคราะห์สถานการณ์แล้วอาจจะเสนอทางเลือกต่างๆให้คุณตามที่กล่าวข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น
– ยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไป นั่นคือแก้ไขสัญญาการผ่อนให้นานขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้แต่ละเดือนผ่อนน้อยลง
– ทำสัญญาประนอมหนี้ด้วยการกำหนดช่วงระยะเวลาสั้นๆ จนกว่าสถานการณ์ทางการเงินของท่านจะเข้าสู่ภาวะปกติ
อย่าลืมว่าสิ่งที่เจ้าหนี้ต้องการเวลาคุณมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ก็คือ การสามารถติดต่อพูดคุยกับคุณได้ เพื่อหาทางออก การหนีหายไปจะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง แม้จะไม่ได้ผ่อนบ้านมาแล้วเป็นเวลานาน บางครั้งความคิดของคุณอาจจะตัน แต่เจ้าหนี้ของท่านอาจจะมีแนวคิดอะไรดีๆมาให้ท่านได้พิจารณาดูได้

เริ่มลดรายจ่ายทันที

เมื่อคุณเริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ หากคุณลองมาพิจารณาดูจะพบว่าบางทีปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะหาทางออกได้ง่ายๆด้วยการเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายเงินของคุณเพื่อที่จะประหยัดเงินให้ได้มากขึ้น บางครั้งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแฝงอยู่เลยทำให้ไม่มีเงินเหลือ ดังนั้นคุณควรต้องพยายามแยกรายจ่ายที่จำเป็นกับรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้ชัดเจน

ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หากต้องการแก้ปัญหาเงินไม่พอชำระหนี้ที่ไม่จำเป็น รายจ่ายต่อไปนี้บางครั้งสามารถตัดทอนลงได้

– ค่าสมาชิกสถานบริการฟิตเนส ค่าบริการอินเตอร์เน็ตรายเดือนแพคเกจแพงๆ ค่าบริการเคเบิ้ลทีวี หรือค่าบริการโทรศัพท์รายเดือนแพคเกจสูงๆ การใช้บริการเหล่านี้บางอย่างสามารถยกเลิกสัญญาได้เลยเนื่องจากไม่จำเป็น หรือบางรายการคุณมองว่าจำเป็นต้องใช้ ก็อาจจะลดแพคเกจลงเช่น จากเดิมจ่ายค่ารายเดือนโทรศัพท์อยู่ที่ 1200 บาทต่อเดือน อาจจะลดเหลือเพียง 200 – 300 บาทต่อเดือน แล้วลดการโทรศัพท์ลง

– ลดการซื้อของไม่จำเป็นรายวันลง เช่นการซื้อกาแฟราคาแพงๆทั้งเช้าเที่ยงเย็น การเลิกเดินห้างเพื่อลดความอยากซื้อลง คุณควรจะเขียนรายการต่างๆที่คุณซื้อประจำออกมาแล้วพยายามลดรายการที่ไม่จำเป็นทิ้งให้เหลือแต่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

– ลดการใช้บัตรเครดิตทันที เนื่องจากการมีบัตรเครดิตอยู่ จะทำให้คุณรู้สึกว่ามีกำลังซื้ออยู่ในมือ เมื่อถึงรอบบิลแล้วคุณไม่ชำระหนี้ทั้งก้อน ดอกเบี้ยก็จะมาเพิ่มภาระให้คุณจนเกินพอดี ควรจะหันมาใช้เงินสดในชีวิตประจำวันแทน

อย่างไรก็ตามการตัดค่าใช้จ่ายจำเป็นบางรายการ คุณอาจจะต้องคิดให้รอบคอบ เช่นการเลิกจ่ายค่ากรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงบางครั้งกรมธรรม์ของคุณมีมูลค่าเงินสดที่สามารถกู้มาใช้ในการชำระหนี้ได้ แต่จะต้องวางแผนให้ดีว่าคุณจะมีรายได้มาจากทางไหนเพื่อชำระหนี้กรณีนี้

ประกาศขายบ้านเป็นทางออกสุดท้าย

หากคุณรู้ว่าสถานการณ์ทางการเงินของคุณคงไม่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นในระยะยาว ก็ให้คิดหาวิธีขายบ้านให้ได้โดยเร็ว แล้วย้ายไปเช่าบ้านหรือนำเงินส่วนที่เหลือไปซื้อบ้านที่ราคาถูกลง

การเลือกวิธีนี้คุณต้องมั่นใจว่าคุณยังมีเงินเก็บหรือรายได้เพียงพอจนถึงวันที่จะขายบ้านได้ เพราะการเป็นหนี้ทับถมอยู่แล้วคาดว่าจะขายบ้านปลดหนี้นั้นบางครั้งสถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูง รวมทั้งค่าปรับทำให้ขายบ้านได้แล้วยังไม่พอชำระหนี้ด้วยซ้ำ และควรมั่นใจว่าขายบ้านได้แล้วคุณสามารถหาที่อยู่ใหม่ได้

บางครั้งคุณอาจจะขายให้กับนายทุนละแวกนั้นแล้วขอเช่าบ้านหลังเดิมอยู่ต่อไปก็เป็นได้ การตั้งราคาขายอย่ามองที่ราคาตลาดหรือราคาที่คนอื่นขายๆกัน หากต้องการขายให้ได้เร็วก็ต้องตั้งราคาให้ถูกกว่าคนอื่นเพื่อสร้างความน่าสนใจ จะพบว่าบางคนรู้สึกเสียดายบ้าน ตั้งราคาขายไว้สูงเกินทำให้กว่าจะขายได้นั้นใช้เวลานาน ดอกเบี้ยหนี้คงค้างในช่วงนั้นอาจจะเพิ่มมามากว่าส่วนต่างที่เคยตั้งราคาเอาไว้ก็ได้

ตัวอย่างเช่นตั้งราคาขายไว้ที่ 2,000,000 บาท มีคนมาขอต่อราคา 1.8 ล้านกลับไม่ยอมขาย รอจนผ่านไป 1 ปี ดอกเบี้ยค่าปรับต่างๆ เพิ่มมาอีก 2 แสนบาท เลยตัดสินใจขายไปในราคา 1.8 ล้านบาทในที่สุดทำให้สุดท้ายก็ต้องเสียเงิน 2 แสนบาทไปกับดอกเบี้ยและคาปรับไปโดยใช่เหตุ ถ้าตัดสินใจขายราคานั้นไปก่อนหน้านี้ก็ควไม่เสียเงินจำนวนนั้นไป

บทสรุป

สถานการณ์ทางการเงินบางครั้งก็เกิดเหตุเลวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเกิดจากบริษัทที่ทำงานอยู่ปิดตัวกระทันหัน หรือเหตุที่ไม่คาดคิดอื่นๆ ดังนั้นการเตรียมพร้อมด้วยการออมเงินไว้เผื่อภาวะฉุกเฉินเป็นเรื่องสำตัญ

แต่หากสุดท้ายแล้วคุณไม่มีหนทางที่จะชำระหนี้บ้านได้ เพราะต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องก่อน การเข้าไปหาเจ้าหนี้เพื่อเจรจาหาทางออกจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพราะเจ้าหนี้ไม่ได้ต้องการยีดบ้านแต่ต้องการรับการชำระหนี้มากกว่า ซึ่งหากสุดท้ายแล้วยังหาทางออกไม่ได้การขายบ้านอาจจะเป็นทางออกที่จำเป็นต้องเลือก ดีกว่าอยู่เฉยๆแล้วปล่อยให้บ้านถูกยึด เพราะไม่ว่าบ้านจะขายทอดตลาดได้เท่าไหร่ คุณเองยังต้องรับผิดชอบส่วนต่างที่เกิดจากค่าปรับ และดอกเบี้ยผิดนัดอัตราสูงที่จะทำให้หนี้คุณสูงลิ่วกว่าที่คุณจะจินตนาการได้

Leave a comment