News Ticker

สู่วัยเกษียณอย่างมั่นคง ต้องหลีกเลี่ยง 5 ข้อต่อไปนี้

คุณเคยลองตรวจสอบสถานะทางการเงินของคุณหรือไม่ว่าคุณกำลังสะสมเงินไปถูกทาง มันอาจจะดูเป็นเรื่องที่ยากที่จะบริหารจัดการ แต่การเตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจจะแก้ไขยากนั้นได้

สำหรับบางคนคำว่ารีไทร์อาจหมายถึงการเลิกทำงานตั้งแต่ช่วงอายุ 40 ปีเป็นต้นไป แต่มันอาจจะยังหมายถึงการเกษียณก่อนกำหนดของคนที่อายุยังน้อยก็ได้

แน่นอนว่าสำหรับคนทั่วๆไปแล้วการรีไทร์หมายถึงอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการวางแผนชีวิตที่ผิดพลาดสิ่งที่เราจะพูดถึงกันวันนี้ก็คงเป็นเรื่องการเตรียมตัวให้พร้อมกับวัยเกษียณไม่ว่าตอนนี้คุณจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม

สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการเกษียณก็คือ คนส่วนใหญ่ออมเงินไว้ได้ไม่เพียงพอ ซึ่งจากงานวิจัยในอเมริกา พบว่าผู้คนราว 72% ไม่ออมเงินให้เพียงพอในแต่ละเดือน 20% ไม่ออมเงินเลย และ 61% พบว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยกับการออมเงินเพื่อการเกษีญนอายุ

การออมเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรต้องทำถ้าไม่อยากที่จะต้องทำงานไปตลอดชีวิต การออมเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นสิ่งที่คุณต้องคิดอยู่เสมอ และผมเชื่อว่าการออมเงินเพื่อวัยเกษียณนั้นจะเป็นไปได้ดีถ้าคุณเริ่มพุ่งเป้าไปหามันและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างการวางแผนเพื่อการออมเงินนั้น

ขณะที่หลายคนเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจไม่ดีทำให้พวกเขาหมดโอกาศที่จะเกษียณอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในความจริงแล้วความผิดพลาดด้านการออมเพื่อการเกษียณส่วนใหญ่นั้นเกิดจากความเชื่อบางอย่างที่ผู้คนมีเกี่ยวกับการเกษียณ ความเชื่อบางอย่างนั้นมาจากความคาดหวังว่างบรายจ่ายควรจะเป็นเท่าใดหากพวกเขาเกษียณแล้ว

ยังมีอีกหลายๆเหตุผลที่ทำไมผู้คนไม่ออมเงินเพื่อวัยเกษียณ การศึกษาข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นเหล่านี้ จะทำให้หลายๆคนได้ตระหนักและผ่านปัญหาการเตรียมตัวเพื่อวัยเกษียณไปได้

ความผิดพลาด 5 ประการที่อาจจะทำให้เสียโอกาสการเกษียณที่เหมาะสม

1. คุณละเลยการออมเงินเพื่อวัยเกษียณไปเลย
หลายๆคนละเลยที่จะออมเงินเพื่อวัยเกษียณไปเลย อาจจะด้วยหลายๆ เหตุผลรวมทั้งเหตุผลดังต่อไปนี้
– เชื่อว่าไม่มีเงินเหลือที่จะออมเพื่อวัยเกษียณในแต่ละเดือนเนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายเยอะ
– คิดว่าตัวเองอายุยังน้อยเกินที่จะคิดเรื่องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ
– หวังพึ่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างๆ หรือประกันสังคม มากเกินไป

ไม่ว่าคุณเองจะมีอายุน้อยหรือมากแค่ไหนก็ตาม คุณควรจะออมเงินและเตรียมตัวเพื่อวัยเกษียณเสมอ คุณไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณอาจต้องใช้มัน คุณอาจจะต้องเกษียณเร็วขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน อย่าหวังพึ่งเงินประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียว

ผลวิจัยในอเมริกาพบว่า คนช่วงอายุ 45 – 54 ปี จำนวนเพียง 60% เท่านั้นที่มีการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ ส่วนอีก 40% นั้นน่าเป็นห่วงว่าในช่วงบั้นปลายชีวิตจะเอาเงินจากไหนมาใช้

เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนักว่า เหตุผลส่วนหนึ่งของการมีเงินออมน้อยนั้นเพราะหลายๆคนดำรงชีพอยู่ได้แบบเดือนชนเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเหลือเงินออมเพื่อวัยเกษียณ แต่จะว่าไปแล้วยังมีหนทางมากมายที่จะเจียดเงินเพียงเล็กๆน้อยๆมาออมตั้งแต่อายุน้อยๆหากคุณตั้งใจจริงที่จะออมเงินเพื่อวัยเกษียณของคุณ

ไม่มีคำว่าช้าเกินไปที่จะเริ่มต้นออมเงิน ขอให้คุณเริ่มต้นวันนี้ แม้จำนวนเงินเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณได้เริ่มออมเงินและสะสมเงินไปเรื่อยๆ

2. คุณไปรับหนี้ให้ผู้อื่นโดยไม่คิดถึงอนาคตของคุณเอง

แน่นอนว่าในชีวิตที่ต้องมีคนรอบข้างไม่ว่าลูกหลานหรือญาติพี่น้องที่ต้องมารบกวนเรื่องเงินทองจากเรา ประเด็นใหญ่ๆเลยก็อาจจะเป็นเรื่องการศึกษาของลูก หรือเพราะไปดูแลเรื่องการเงินของลูกเช่นซื้อบ้านซื้อรถให้ลูก

ภาระพ่อแม่อาจจะอยู่ที่การส่งเสียให้ลูกเรียนจบปริญญาตรี แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่หลายๆครอบครัวอยากให้ลูกเรียนสูงกว่านั้นเช่นต่อปริญญาโท แต่กลับมารบกวนเงินทองพ่อแม่ในการเรียนต่อ

ขอแนะนำว่าถ้าคุณยังไม่วางแผนการเงินที่ดีพอสำหรับวัยเกษียณ คุณควรหยุดแนวความคิดผิดๆนี้ไว้ หากลูกจบปริญญาตรีแล้วและเขาอยากเรียนต่อปริญญาโท ก็ให้เขาไปหาประสบการณ์ทำงานและเก็บเงินส่งเสียตัวเองเรียนจะดีกว่า เขาจะได้รู้จักค่าของเงิน รู้จักการเก็บออม และเป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้กับเขาด้วย

โอเค หากคุณมีแผนการออมเงินเพื่อวัยเกษียณที่ดีพร้อมแล้ว มีเงินเหลือส่งลูกเรียนต่อโท-เอก ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าคุณยังไม่เริ่มออมเงินจริงจัง คุณควรจะลำดับความสำคัญให้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ลูกของคุณนั้นเอาตัวรอดได้อยู่แล้วแม้คุณจะไม่ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกับเขา ให้เขาสู้ชีวิตเองบ้าง อย่าอุ้มชูเขาตลอดไป

ยังมีอีกหลายหนทางที่คุณจะช่วยลูกคุณให้เรียนต่อสูงๆได้โดยไม่ต้องมาสร้างภาระให้คุณ เช่นหางานให้เขาทำ วิ่งหาทุนการศึกษาให้เขา ให้กำลังใจและอื่นๆ

ข้อเท็จจริงก็คือ คุณกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาได้ แต่คุณจะกู้ยืมเงินเพื่อการเกษียณอายุไม่ได้

3. คุณคิดว่าจะทำงานตลอดไป

ผมพบเห็นบางคนทำงานได้เงินเดือนมากมายแต่บอกว่าตัวเองเอาเงินมาต่อเงิน คือได้กำไรมาก็ลงทุนต่อไม่มีเงินเหลือเก็บเป็นก้อนเลย เหตุผลของเขาคือพวกเขาคิดว่าไม่รู้จะออมเงินไปทำไมเพราะเขาสนุกกับงานมาก และจะทำงานนี้ไปจนวันตาย

จะเห็นได้ว่าแม้แต่คนรวยก็อาจหลงทางในเรื่องของเงินออมเพื่อวัยเกษียณก็ได้

สมมุตว่าคุณเองก็เป็นคนที่รักงานที่ทำอยู่มาก ก็ต้องบอกว่าเป็นแนวคิดที่ผิดมหันต์ แม้ว่าคุณอาจจะรักงานที่ทำอยู่ของคุณตอนนี้ก็ตาม แต่เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่า อีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้าคุณจะยังชอบงานนี้อยู่อีกหรือไม่

คุณไม่มีทางรู้ว่าอนาคตคุณจะเป็นอย่างไร อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้คุณทำงานต่อไปไม่ได้ เช่นปัญหาสุขภาพ หรืออุบัติเหตุ หรือการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่แล้วต้องย้ายถิ่นเป็นต้น แน่นอนว่าในประเด็นนี้เงินออมฉุกเฉินคงมาช่วยได้บ้างระหว่างการเปลี่ยนแปลง แต่หากภาวะนี้เกิดขึ้นยาวนั้น คุณคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกษียณตัวเอง

4. คุณคำนวนยอดเงินที่จะใช้ตอนเกษียณผิดพลาด
ด้วยเหตุผลบางอย่าง คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองจะใช้เงินน้อยลงเมื่อถึงวัยเกษียณ แต่ในความเป็นจริงมันไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป

แม้ว่าเมื่อถึงตอนเกษียณคุณอาจจะลดค่าใช้จ่ายลงในหลายๆด้านเช่น ค่าเดินทางไปทำงาน เสื้อผ้าหน้าผม ค่าอาหารเที่ยง แต่จะว่าไปแล้วคุณอาจจะต้องใช้เงินเกือบๆเท่ากับตอนที่คุณเคยทำงานอยู่ดี

คุณยังต้องจ่ายเงินซ่อมแซมบ้าน แม้ว่าจะผ่อนหมดไปแล้วก็ตาม ไหนจะค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหาร เสื้อผ้า กิจกรรมบันเทิง การท่องเที่ยว หรืออื่นๆ

คนวัยเกษียณบางคนถึงขึ้นมีงานอดิเรกใหม่ๆหรือกิจกรรมยามว่างใหม่ๆ บางคนมีเวลาให้กับส่ิงที่เคยสนใจมากกว่าแต่ก่อนเนื่องจากมีเวลาว่างมากขึ้น สิ่งเหล่านี้หมายถึงเงินที่จะต้องจ่ายทั้งสิ้น

นอกจากนี้แล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็อาจเพิ่มขึ้นด้วยตามอายุ และอาจจะคิดเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็ตามที่บอก ว่าค่าใช้จ่ายช่วงเกษียณอายุนั้นแทบไม่ต่างกับตอนสมัยที่เคยทำงานเลย

ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ ผมขอแนะนำว่าคุณควรจะวางแผนทางการเงินให้ดี ตั้งเป้าว่าจะเหลือค่าใช้จ่ายช่วงเกษียณอายุจำนวนเท่าไหร่ ระยะเวลากี่ปี ทำให้รู้ว่าจะต้องเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่

ถ้าใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมไม่ฟุ้งเฟ้อ คุณก็จะออมเงินได้มากขึ้น และถ้าเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม ค่าใช้จ่ายในอนาคตก็จะน้อยลง คุณอาจจะหยุดทำงานได้เร็วขึ้นกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้ก็ได้ ถ้าคุณลดค่าใช้จ่ายต่างๆลงตอนนี้ และใช้จ่ายอย่างประหยัด คุณจะคุ้นเคยกับการอยู่ด้วยเงินจำนวนน้อยๆ คุณก็จะมีความสุขกับวัยเกษียณมากขึ้นด้วย

5. คุณใช้เงินออมเพื่อวัยเกษียณไปกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เพื่อการเกษียณอายุ
ข้อนี้ถือเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยสำหรับคนที่กระทำงานแบบนี้ โชคไม่ดีที่คนหนุ่มหลายๆคนกำลังใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาชีวิต

ที่พบเจอมาหลายรายก็เป็นการนำเงินสะสมเพื่อวัยเกษียณมาใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว จ่ายหนี้สิน หรือเมื่อประสบปัญหาทางการเงิน เนื่องจากไม่มีเงินออมฉุกเฉิน

เท่าที่พบมา คนวัยทำงานบางคน เมื่อประสบปัญหาหนี้สิน พอรู้ว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตัวเองมีอยู่ ก็ไปลาออกจากกองทุนเพื่อนำเงินก้อนมาใช้หนี้ ทำให้ผลประโยชน์ที่ควรได้รับหากคงเงินไว้กับกองทุนนั้นเสียไป แล้วก็สมัครกลับเข้ากองทุนใหม่ สุดท้ายก็มีปัญหาการเงินอีก เพราะการใช้จ่ายที่ไม่สมฐานะและการไม่มีเงินออมฉุกเฉินนั่นเอง

การนำเงินเก็บเพื่อวัยเกษียณออกมาใช้นั้น แม้จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ก็ถือเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาว เพราะไหนจะขาดผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับแล้ว ยังอาจต้องจ่ายค่าปรับหรือต้องจ่ายภาษีในจำนวนเงินดังกล่าวอีกด้วย

ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเงินออมเพื่อวัยเกษียณก็คือ ยิ่งคุณเอาเงินมาลงทุนไว้นานเท่าไหร่ คุณจะมีเงินไว้ใช้ยามเกษียณมากขึ้นเท่านั้น ดอกเบี้ยทบต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวจะทำให้ยอดเงินของคุณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการถอนเงินบางส่วนออกมาจากกองทุนเลี้ยงชีพหรือเงินกองทุนเพื่อวัยเกษียณจะทำให้ผลตอบแทนในอนาคตนั้นลดลงตามไปด้วย

คุณจึงควรจะใช้เงินทุนเพื่อวัยเกษียณสำหรับธุรกรรมเพื่อวัยเกษียณเท่านั้น อย่าให้ใครยืมหรือใช้จ่ายเงินก้อนนี้ของคุณเป็นอันขาด หากคุณกำลังผจญอยู่กับการเป็นหนี้ คุณต้องปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่าย ดีกว่าที่จะต้องมานำเงินสำรองก้อนนี้ไปใช้จ่ายเสียหมด

บทสรุป

หากคุณต้องการเกษียณอายุการทำงานอย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลกับรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย สมควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ 5 อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าคุณยังไม่เริ่มออมเงิน ก็ขอให้เริ่มเสียตั้งแต่วันนี้

Leave a comment