News Ticker

เงินด่วน เงินกู้ ออนไลน์ ได้จริง มีหรือไม่ เขาปล่อยกู้กันอย่างไร เรามีคำตอบ

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองมายาวนาน ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ส่งผลต่อเนื่องให้กับระดับรากหญ้า พ่อค้าแม่ค้าระดับล่าง จนไปถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ เมื่อเงินทองหายาก หันไปทางไหนก็มีแต่ค่าใช้จ่าย การกู้ยืมเงินจึงดูเหมือนจะเป็นวิธีที่รวดเร็วในการที่จะได้เงิน

แต่วิธีการหาเงินกู้ออนไลน์ในยุค 4G นี้ใครๆก็จะใช้วิธีค้นหากันทางเน็ต ซึ่งจะพบเจอประกาศให้บริการเงินกู้มากมาย แต่หากถามว่ามีนายทุนเงินกู้ ปล่อยเงินกู้จริงๆ ผ่านระบบออนไลน์นั้นมีจริงหรือไม่ เรามาดูกัน

เงินกู้นอกระบบออนไลน์ แบบจ่ายเงินสดๆ ไม่มีจริง

กล้ายืนยันเลยว่า ไม่มีนายทุนเงินกู้คนไหน ปล่อยกู้เงินสด คิดดอกเบี้ยแบบเงินกู้นอกระบบแล้วมารอลูกค้าติดต่อเข้ามาทางอินเตอร์เน็ตแม้แต่รายเดียว ทั่วประเทศไทย

นั่นเพราะนายทุนเงินกู้นอกระบบ จะต้องมั่นใจว่าลูกหนี้จะต้องสามารถชำระหนี้คืนได้ เขาจึงจะต้องหาหลักประกันจากลูกหนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในการชำระหนี้ได้

การปล่อยเงินกู้ออกไปให้กับใครไม่รู้ผ่านระบบออนไลน์ จึงไม่มีนายทุนคนไหนเขาทำกัน เพราะเมื่อถึงเวลาชำระหนี้ แล้วลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ จะไปตามตัวลูกหนี้ได้ที่ไหน นั่นคือปัญหาสำคัญ

ท่านอาจจะแย้งว่า ก็ท่านมีเงินเดือนประจำ ทำงานเป็นหลักแหล่ง รับรองว่าไม่หนีไปไหน จ่ายหนี้คืนแน่ๆ

ถ้าเป็นแบบนั้นนายทุนก็จะบอกว่า เชิญติดต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินเลยครับ เพราะสถาบันการเงินเขามีหน่วยงานในการประเมินการใช้จ่ายของคุณ ว่ามีเงินพอจะชำระหนี้ได้หรือไม่ และหากไม่ชำระหนี้ เขามีเจ้าหน้าที่และนักกฏหมายพร้อมเพรียงที่จะรับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้น

ส่วนนายทุนเงินกู้นอกระบบ เขามีแค่ทีมงานตามทวงเงินเท่านั้น เขาไม่มีนักกฏหมายไว้ในมือ เพราะการปล่อยเงินกู้นอกระบบมันผิดกฏหมาย เขาไม่ฟ้องศาลหรอกครับ เขาฟ้องประจานให้สังคมละแวกบ้านรับรู้มากกว่า

แล้วที่ประกาศปล่อยเงินกู้ที่พบเห็นได้ในเน็ตมันคืออะไร

การปล่อยเงินกู้แบบที่นายทุนไม่เจ็บตัวมาก มองกำไรเห็น ความเสี่ยงน้อย มันก็เป็นไปตามยุคสมัย

ในอดีตสมัยที่บัตรผ่อนสินค้าออกมาในตลาดใหม่ๆ วงการเงินกู้ เงินด่วน โผล่มาเป็นดอกเห็ด เพราะคนกลุ่มนี้มองเห็นช่องทางทำเงินความเสี่ยงต่ำอยู่รำไร

หลักการก็คือ ให้ลูกค้าไปรูดบัตรผ่อนสินค้า แล้วนำมาขายกลับให้ในราคาถูก ร้านค้าก็นำไปปล่อยต่อเป็นของมือสอง ซึ่งลูกค้าก็ได้เงินสดไป ร้านค้าก็ได้กำไรเห็นๆ วิน-วิน กันทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่างในอดีตก็เช่น เมื่อลูกค้ามีบัตรผ่อนสินค้า แสดงว่าลูกค้ามีเครดิตที่ถูกตรวจสอบจากสถาบันการเงินมาแล้ว วงเงินในบัตรสามารถมใช้ผ่อนสินค้าได้เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ พ่อค้าหัวใสก็เลยเกิดขึ้น จะมีนายหน้าไปติดป้ายตามเสาไฟฟ้าหรือตู้โทรศัพท์แล้วบอกว่าปล่อยเงินกู้ดอกถูกให้บรรดาพนักงานรายได้น้อยที่มีความเดือดร้อนเรื่องเงินทองได้ตกเป็นเหยื่อ

เมื่อมีลูกค้าติดต่อไป นายหน้า ก็จะถามว่ามีบัตรผ่อนสินค้าไหม ถ้ามีก็ทำได้ ถ้าไม่มีก็ให้ไปสมัครมาสักใบนึง แล้วมารูดซื้อ คอมพิวเตอร์ มือถือ กล้องถ่ายรูป เช่นรูดซื้อมาในราคา 20,000 บาท จากร้านของทีมงาน ลูกค้าก็อาจจะต้องผ่อนเดือนละ 1200 เป็นเวลา 24 เดือน รวมต้นรวมดอกแล้วจ่ายราวๆ 28,800 บาท คิดที่อัตราดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 2 ต่อเดือนแบบ fix rate

จากนั้นก็นำสินค้านั้นมาขายคืนให้กับทาง นายหน้า ซึ่งอาจจะกดราคาลงเหลือซัก 12,000 บาท ลูกค้าก็จะได้เงินสดไป 12,000 หรือเกินครึ่งของมูลค่าสินค้านิดๆ นายหน้าก็นำกลับไปขายให้ร้านเป็นสินเค้ามือสองที่ราคา 15,000 ก็จะได้กำไร 3,000 บาทต่อราย ร้านค้านำไปวางขายเป็นสินค้ามือสองแค่ 17,000 บาท หรือหากมีลูกค้าตัวจริงมาซื้อแล้วขายเป็นสินค้ามือ 1 ลดให้อีก 1,000 ขายเพียง 19,000 บาท ก็ยังกำไรเหนาะๆ เพราะลูกค้าตัวจริงรายนี้ อาจจะไปดูร้านอื่นๆแล้วร้านนี้ถูกสุด แถมสินค้าก็ไม่เคยแกะกล่อง ของใหม่แน่ๆ วิน-วิน กันทุกฝ่าย

นายหน้าได้กำไร ลูกค้าได้เงินสด ร้านค้าได้สินค้าต้นทุนต่ำ ทำยอดขายสูง คำถามคือแล้วคนผ่อนได้เงินสดไป 12,000 บาท แต่ต้องผ่อน 28,800 บาท จะคุ้มเหรอ ต้องจ่ายส่วนต่างถึง 16,800 บาทเชียวนะ

ก็ต้องตอบว่าคุ้มค่ามาก เพราะหากต้องการเงินกู้ด่วนจากเจ้าหนี้นอกระบบ เอาแค่ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน เงินต้น 20,000 บาท ก็ต้องจ่าย เดือนละ 1000 บาท รวม 24 เดือน ก็ต้องจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยไปทั้งิ้น 24,000 บาท นี่ไม่รวมเงินต้นอีก 20,000 บาท รวมแล้วต้องจ่าย 44,000 บาท ตลอดระยะเวลา 2 ปีเชียวนะ

วิธีการนี้เลยเป็นที่นิยมสูงมากในยุคนั้น แต่ต่อมาเมื่อสถาบันการเงินออกบริการ บัตรกดเงินสดออกมา ทำให้ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดจากบัตรได้ทันที รูปแบบการใช้บัตรผ่อนสินค้ามาเปลี่ยนเป็นเงินสดในลักษณะนี้จึงซาๆ ไป

แล้วตอนนี้เขาปล่อยกู้วิธีไหนกัน

รูปแบบของเงินด่วนเงินกู้ออนไลน์ ก็เลยเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในเมื่อลูกค้าสมัครบัตรกดเงินสดกันหลายๆที่ และกดเงินมาใช้กันจนเต็มวงเงิน แต่ยังต้องการใช้เงินด่วนอยู่ บรรดาพ่อค้าหัวใสก็เลยหาแนวทางในการทำกำไรกับผู้ที่เดือดร้อนเรื่องเงินทองได้

นั่นคือรูปแบบการใช้เครดิตของตัวเองในการไปซื้อสินค้าที่มีการตรวจสอบเครดิตนอกเหนือจากสถาบันการเงิน

เหตุเพราะกฏของธนาคารแห่งประเทศไทย ห้ามสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อบุคคลเกิน 3 แหล่งให้กับผู้กู้คนเดียวกัน เพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือนให้ต่ำลง แต่ระบบการซื้อสินค้าอย่างอื่นไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้

สินค้าดังกล่าวก็มักจะเป็น มอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ นั่นเอง ซึ่งหลักการก็เหมือนกับที่ได้อธิบายข้างต้น ลูกค้าก็จะต้องเข้าไปที่ร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ หรือรถยนต์ ตามแต่วงเงินที่ต้องการ เมื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบสินเชื่อแล้ว ได้สินค้าออกมา ก็จะนำไปขายให้กับนายทุนในราคาราวครึ่งนึงของมูลค่าที่แท้จริง

นายทุนก็เอารถไปหมุนเวียนเป็นอะไหล่หรือไปขายเป็นของมือสองก็แล้วแต่ ลูกค้าก็ผ่อนเป็นรายเดือนไป นายหน้าก็ได้กำไรทันที นายทุนก็หาลูกค้าตัวจริงเพื่อฟันกำไรอีกต่อ หากลูกค้าเงินกู้รายนี้ไม่ผ่อน คนที่ต้องตามทวงหนี้ก็คือบริษัทไฟแนนซ์ที่ปล่อยไฟแนนซ์รถคันนี้ออกไป ซึ่งเขาก็มีบุคลากรที่คอยติดตามทวงหนี้อย่างถูกกฏหมายอยู่แล้ว

แล้วหากต้องการเงินกู้นอกระบบจริงๆ จะติดต่อได้ที่ไหน

ก็ขอเรียนแจ้งไว้เลยว่า ผู้ที่มาลงประกาศตามอินเตอร์เน็ตหรือตามเว็บไซท์ต่างๆ นั้นก็ต้องมีบริการของเขาตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หรือไม่ก็มิจฉาชีพที่หลอกว่าจะให้เงินกู้ แต่ต้องให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน พอได้ค่าธรรมเนียมก็จะหายไปเลยติดต่อไม่ได้

การหาเงินกู้นอกระบบมีวิธีเดียวคือ ไปถามแม่ค้าตลาดนัดแถวบ้าน เพราะในตลาดนัดจะมีคนปล่อยกู้ขาประจำอยู่แล้ว เขาจะแนะนำหรือให้เบอร์โทรได้ทันทีว่าควรติดต่อใคร นั่นเพราะนายทุนเงินกู้ในตลาดนัดเขาจะมาเก็บเงินกู้เป็นรายวันอยู่แล้ว

นายทุนเงินกู้ที่เขาปล่อยกู้นอกระบบให้กับแม่ค้า เพราะรู้ว่าแม่ค้าต้องมาทำอาชีพนี้เป็นหลักแหล่ง มีรายได้ทุกวัน ถ้าจะหนีก็ต้องทิ้งแผง ทิ้งเงินมัดจำ ทิ้งอาชีพตรงนี้ไป

ดังนั้นแหล่งเงินกู้นอกระบบออนไลน์หนะ เป็นวิธีการพลิกแพลงให้ได้เงินสดเข้ากระเป๋าเท่านั้น นายทุนเงินกู้นอกระบบจริงๆ ต้องหาเอาในท้องถิ่น เขาไม่มาประกาศหาคนกู้เงินกันโจ๋งครึ้มขนาดนี้หรอกครับ เพราะแค่ทำอยู่ลับหลังไม่มีคนเห็น วงเงินก็ไม่พอปล่อยกู้อยู่แล้ว

ประเด็นสำคัญ อย่าหลงคารมใดๆ แล้วโอนเงินสดไปให้คนไม่รู้จัก

เพราะนั่นคือมิจฉาชีพ ที่คอยหากินกับความเดือดร้อนของท่าน เมื่อท่านร้อนเงิน แล้วติดต่อไป เขาทำทีเหมือนว่าจะปล่อยกู้จริง ดำเนินการถึงขั้นตอนต่างๆ มาติดอยู่นิดเดียวที่ท่านต้องโอนเงินก่อนเพื่อปลดล้อคเงินก้อนนั้น

ท่านจะฟังแล้วเคลิ้ม ตัดสินใจโอนเงินหลักพัน เพื่อแลกกับหลักหมื่น สุดท้ายก็จะหายทั้งเงินและความหวังตรงหน้า โดนกันมานักต่อนักแล้วครับ แอดมินเปิดเพจไว้ ได้รับรายงานการหลอกโอนเงินแทบทุกวันเลยครับ

Leave a comment