News Ticker

5 สิ่งที่คนมักจะกู้เงินไปซื้อ ฟังแล้วเพลีย

AY7AXR man holds head in hands, credit cards bills money for debt

แน่นอนว่าการกู้เงินนั้นมีความจำเป็นในการใช้ชีวิต เราจำเป็นต้องกู้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยแลกกับความจำเป็นที่จะต้องมี ตัวอย่างเหล่านี้ก็เช่นการกู้เงินซื้อบ้าน เนื่องจากเป็นสินค้ามูลค่าสูงการจะรอเก็บเงินให้ครบคงจะหมดวัยทำงานไปแล้ว ส่วนรถยนต์ถ้าเป็นการกู้เพื่อการเดินทางไปทำงานก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมควร ดีกว่าต้องเสียคุณภาพชีวิตกับการเดินทางอันยาวนานที่ต้องรอรถประจำทาง มาเป็นความสะดวกสบายในการเดินทางไปทุกๆที่อีกด้วย

แต่ด้วยโลกปัจจุบันที่สถาบันการเงินพร้อมเสนอสินเชื่อมาถึงหน้าบ้านในทุกรูปแบบ จากบัตรเครดิต มาเป็นบัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล รวมไปถึงการรับจำนำทรัพย์สินที่มีอยู๋แล้วเช่นการเปลี่ยบ้านเปลี่ยนรถเป็นเงินเป็นต้น ทำให้ผู้คนรู้สึกมีพลังในการจับจ่ายและนำเงินในอนาคตมาใช้จ่ายกันมากขึ้น

ความรู้สึกเวลาจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตมันทำให้คุณรู้สึกว่ามีกำลังจ่ายเพียงพอ เพราะคิดว่าค่อยทยอยผ่อนคืนเอาได้ มันจะทำให้ซื้อได้ง่ายๆกว่าการที่ต้องควักเงินสดออกมาจับจ่ายอยู่มากโข แต่ในความเป็นจริงการที่ต้องผ่อนระยาวนั้นไม่ใช่สิ่งดีเสมอไป เพราะการเป็นหนี้มันจะนำไปสู่ความเครียด จิตใจของเราจะคิดอยู่ตลอดเวลาถึงการเป็นหนี้อยู่ ทำให้การวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณต้องล่าช้าลง และอื่นๆที่จะตามมาอย่างมากมาย

การเห็นคนอื่นจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านบ่อยนั้นใช่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถในการจับจ่ายอย่างแท้จริง และอาจจะไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีที่คุณจะเอาอย่าง หลายๆครั้งเราจะพบว่าเวลาเพื่อนถามว่าทำไมซื้อรถใหม่ คำตอบมักจะเป็นว่าเห็นบ้านข้างๆเขาซื้อรถใหม่เลยคิดว่าตัวเองก็มีเงินพอที่จะซื้อเช่นกัน

การกู้เงินมาจับจ่ายนั้นจะทำให้เราหลุดวังวนของการเป็นหนี้ได้ยาก การเป็นหนี้อยู่ตลอดเวลาจะทำให้เราเครียดอยู่ตลอด รู้สึกไม่มีความสุข เศร้า และรู้สึกสิ้นหวัง ซึ่งคงไม่มีใครอยากจะตกอยู่ในภาวะเหล่านี้

ดังนั้นถ้าคุณไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะซื้อสินค้าบางอย่าง คุณควรจะคิดถึงทางเลือกอื่นๆก่อนที่จะต้องกู้หนี้ยืมสินมาซื้อสิ่งของเหล่านั้น เพราะมันมักจะมีหนทางอื่นๆที่ดีกว่าการที่จะต้องตกเป็นหนี้แล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราแพงๆเป็นแน่

ที่กล่าวมาแล้วถือเป็นเรื่องราวทั่วๆไปของการที่ต้องแบกหนี้ แต่สิ่งที่พบเห็นต่อไปนี้ถือเป็นอะไรที่พูดไม่ออกเมื่อทราบว่าคนเราต้องกู้เงินจ่ายดอกเบี้ยเพื่อมาซื้อด้วยเหรอ

1. ของขวัญ

ใช่แล้วครับยังมีคนซื้อของขวัญด้วยเงินผ่อนกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญวันเกิด ปีใหม่ หรืออื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย

การให้ของขวัญควรจะเป็นไปตามอัตภาพ เพราะสิ่งสำคัญคือเชิงสัญลักษณ์มากกว่า นั่นคือแค่คิดได้ว่ามีของขวัญเล็กๆน้อยๆก็พอแล้ว อย่าถึงขึ้นต้องไปรูดบัตร หรือยืมเงินเพื่อซื้อของขวัญกันเลยครับ

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้ใครเพื่อจะสื่อว่าคุณยังรำลึกเขาอยู่ ถ้าคิดอะไรไม่ออก แค่ Post card แผ่นเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว

แต่กรณีนี้คงยกเว้นคนเจ้าบุญทุ่ม หรือต้องง้อใครบางคนด้วยของขวัญราคาแพงนะครับ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ปล่อยให้เป็นหนี้เสียให้เข็ตไปเลย

2. หมาและแมว

เห็นเพื่อเลี้ยงหมาก็อยากจะเลี้ยงบ้าง แต่หมาพันธ์สวยๆกลับมีราคาแพง บางคนก็สิ้นคิด ถึงขึ้นกู้เงิน รูดบัตร มาซื้อหมาแมวมาเลี้ยงนะครับ

แน่นอนว่าการมีสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครองอาจจะเป็นสิ่งแก้เหงาให้กับคนบางกลุ่ม แต่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้เงินหลักหมื่นเพื่อซื้อความสุขที่ตามมาด้วยความรับผิดชอบอีกบานเบอะหรอกนะครับ

เพราะนอกจากจะค่าหมาแล้ว ไหนจะค่าอาหาร ค่าฉีดยา สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสิ่งของทดแทนที่สัตว์เลี้ยงทำให้เสียหายไปอีกด้วย

ร้านสัตว์เลี้ยงหลายร้านถึงขั้นขายสัตว์เลี้ยงเงินผ่อนก็มี ก็เพื่อเอาใจลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะหลายคนหักห้ามใจกับความน่ารักของมันไปไม่ได้ พร้อมที่จะอุ้มหมาแมวกลับบ้านพร้อมกับแบกหนี้เงินผ่อนไปอีกอล่ายเดือน

ความคิดแบบนี้ถือว่าผิดอย่างมหันต์

3. เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

หากไม่นับกรณีการซื้อบ้านใหม่ที่อาจจะมีวงเงินเหลือจากการซื้อบ้านเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยแล้ว คนทั่วๆไปมักจะกำเงินสดเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ทดแทนของเดิม

แต่พอเข้าในร้านเฟอร์นิเจอร์เมื่อไหร่ เซลก็มักจะนำเสนอแผนเงินผ่อนเพื่อที่เราจะได้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายชิ้นมากขึ้นเอาไปใช้ก่อนแล้วค่อยผ่อนทีหลัง ความอยากได้เฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆเลยมาบดบังตากับบิลค่าใช้จ่ายที่จะตามมา

การคิดจะผ่อนเฟอร์นิเจอร์นั้นจึงไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะแต่ละชิ้นจะมีราคาแพงเป็นหลักหลายหมื่น ซื้อไปสามสี่อย่างก็อาจจะแตะหลักแสนเข้าไปแล้ว

ดังนั้นแม้ข้อเสนอจะผ่อนระยาวนาน ดอกเบี้ยต่ำจะมาอยู่ตรงหน้าก็ตาม ยังไงเงินทั้งหมดก็เป็นของเราที่ต้องจ่ายไป หลายคนอาจจะมองแค่ยอดผ่อนรายเดือนที่ดูต่ำ แต่ในความเป็นจริงของเก่าก็ยังใช้ได้อยู่อีกนาน จะซื้อใหม่หลายๆชิ้นทำไม เพราะซื้อใหม่ไปของเก่าก็ต้องทิ้งอยู่ดี

4. แพคเกจท่องเที่ยว

หนุ่มสาววัยเริ่มทำงาน มักมีความฝันอย่างท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งในอดีตการท่องเที่ยวต่างประเทศหมายถึงการผ่านการทำงานมาหลายสิบปี ภาระผ่อนบ้านผ่อนรถส่งลูกเรียนหนังสือก็น้อยลง เหลือเงินเก็บบางส่วนไว้เที่ยวต่างประเทศ

แต่กลยุทธ์การขายของบริษัททัวร์สมัยนี้กลับหันมาจูงใจวัยหนุ่มสาวมากขึ้น ด้วยการขายแพคเกจทัวร์ต่างประเทศเงินผ่อน ซึ่งผมเองก็จินตนาการไม่ถูก ว่าการไปเที่ยวครั้งนั้นจะผ่อนคลายได้อย่างไรในเมื่อกลับไปก็ต้องผ่อนกันอีกยาวไกล แถมยังต้องจ่ายดอกเบี้ยกันอีกต่างหาก

การจะไปเที่ยวต่างประเทศ ลองเก็บเงินให้ได้ส่วนหนึ่ง แล้วมองหาโปรสายการบิน โปรโรงแรมในช่วงโลว์ซีซั่นอาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่าการไปก็หนี้ยืมสินไปท่องเที่ยวแล้วต้องไปเข้าแถวต่อคิวแย่งกันอยู่แย่งกันกินในแหล่งท่องเที่ยวตั้งเยอะ

5. เสื้อผ้า

อย่าคิดนะครับว่าสมัยนี้จะซื้อเสื้อผ้าเงินผ่อนไม่ได้ ด้วยโปรส่วนลดเล็กน้อยกับการรูดบัตรเครดิต เพื่อชวนเราให้ซื้อเสื้อผ้าด้วยเงินผ่อน
ความจริงแล้วเสื้อผ้านั้นเราไม่ควรซื้อด้วยเงินผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะมีเสื้อผ้าอยู่เต็มตู้อยู่แล้ว การซื้อเสื้อผ้าใหม่เป็นการตอบสนองความต้องการของตัวเองเท่านั้นโดยการคิดว่าเสื้อผ้าอยู่ในตู้คือเสื้อเก่า

บางคนซื้อมาใส่ครั้งเดียวก็แขวนลืมไปเลย ดังนั้นการซื้อเสื้อผ้าเงินผ่อนแต่ใส่ครั้งเดียวย่อมเป็นการคิดผิดอย่างสิ้นเชิง

สินค้าที่เหมาะสมกับการผ่อนควรจะเป็นสินค้าที่ใช้บ่อยๆ ใช้ซ้ำๆ เช่น บ้าน รถ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เราใช้แล้วใช้อีก

ไม่เคยคิดว่าใครจะมีความลำบากในเรื่องเสื้อผ้าจนถึงขั้นยอมเป็นหนี้แล้วหาเสื้อผ้าใหม่หรอกนะครับ

บทสรุป

หากคุณยังต้องรูดบัตร หรือซื้อเงินผ่อนกับสินค้า 5 อย่างข้างต้นอยู่ละก็ ขอให้เลิกแล้วคิดใหม่นะครับ การกู้เงินเพื่อจับจ่ายควรทำด้วยความจำเป็นเท่านั้น เพราะเป็นการนำเงินอนาคตมาใช้ เราต้องทั้งผ่อนจ่ายคืนและหาเงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายในวันข้างหน้าอีก

อย่ายอมตกเป็นหนี้เพื่อตอบสนองความอยากชั่วครั้งชั่วคราว แล้วต้องมาทนทุกอยู่กับการแบกหนี้เลยนะครับ

Leave a comment